Strategic Spender พฤติกรรมลูกค้ายุคใหม่
ลูกค้าไม่ได้อยากได้ “ส่วนลดเยอะที่สุด” แต่อยากได้ส่วนลดที่ “ใช่สำหรับตัวเอง”
ช่วงที่ผู้บริโภคคิดก่อนใช้เงินมากขึ้น การลดราคาแรง ๆ อาจไม่ได้เป็นคำตอบเดียวของการทำโปรโมชันอีกต่อไป
เพราะพฤติกรรมของลูกค้ากำลังขยับจาก Promotion Hunter หรือคนที่ไล่หาของลดราคา ไปสู่ Strategic Spender หรือคนที่เลือกใช้เงินอย่างมีแผน และมองหาความคุ้มที่ตรงกับความต้องการของตัวเองมากกว่า
Strategic Spender คืออะไร?
พูดง่าย ๆ คือ ลูกค้าไม่ได้ถามแค่ว่า
“อะไรลดเยอะที่สุด?”
แต่เริ่มถามว่า
“ส่วนลดไหนคุ้มสำหรับสิ่งที่ฉันอยากซื้อจริง ๆ?”
นี่ทำให้คำว่า “คุ้ม” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
บางคนอยากได้ราคาถูกที่สุด
บางคนยอมจ่ายเพิ่มเพื่อคุณภาพ
บางคนสนใจของที่ซื้อประจำ
บางคนอยากเลือกว่าจะใช้สิทธิ์กับสินค้าอะไรเอง
ตัวอย่างจาก TOPS ที่น่าสนใจ
TOPS เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ถึงผลของแคมเปญ “แปะอะไรก็ลด” ซึ่งเปลี่ยนจากการที่แบรนด์เป็นคนกำหนดว่าสินค้าชิ้นไหนลดราคา มาเป็นการให้ลูกค้าเลือกนำสติกเกอร์ส่วนลดไปใช้กับสินค้าที่ตัวเองต้องการ
TOPS เรียกแนวคิดนี้ว่า Customer Empowerment หรือการให้อำนาจลูกค้าเลือกความคุ้มได้ด้วยตัวเอง
ผลจากแคมเปญช่วงต้นปี 2026 พบว่า
• ยอดซื้อต่อบิลเพิ่มขึ้น 15%
• ความถี่ในการกลับมาซื้อเพิ่มขึ้น 16%
• ลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้น 13%
• จำนวนลูกค้าที่เข้าร่วมแคมเปญเพิ่มขึ้น 22%
สิ่งที่น่าสนใจจึงอาจไม่ใช่แค่ “ส่วนลดกี่เปอร์เซ็นต์”
แต่คือ ลูกค้ามีสิทธิ์เลือกว่าจะเอาส่วนลดนั้นไปใช้กับอะไร
จากโปรแบบเดียวสำหรับทุกคน → สู่โปรที่ลูกค้าเลือกเอง
โปรแบบเดิมมักเริ่มจากร้านกำหนดว่า
สินค้านี้ลด 20%
หมวดนี้ซื้อ 1 แถม 1
สินค้านี้เข้าร่วมโปร
แต่แนวคิด Customer Empowerment กลับพลิกมุมเป็น
“นี่คือสิทธิ์ของคุณ เลือกเองว่าจะใช้กับอะไร”
TOPS มองว่าพฤติกรรมนี้สอดคล้องกับผู้บริโภคแบบ Strategic Spender ที่วางแผนการใช้เงินมากขึ้น และไม่ได้มองหาเพียงส่วนลดสูงสุด แต่ต้องการเลือก “ความคุ้มค่า” ที่เหมาะกับตัวเอง.
แล้วร้านออนไลน์เรียนรู้อะไรได้?
ไม่จำเป็นว่าทุกร้านต้องทำสติกเกอร์ส่วนลดเหมือน TOPS
แต่สิ่งที่น่าเอาไปคิดต่อคือ เราให้อิสระลูกค้าเลือกความคุ้มได้มากแค่ไหน?
ตัวอย่างเช่น
• ให้เลือกของแถมเอง
• ให้เลือกใช้ส่วนลดกับสินค้าที่ต้องการ
• ให้เลือกสิทธิพิเศษตามระดับสมาชิก
• จัดชุดสินค้าให้ลูกค้าเลือกสินค้าที่ต้องการได้เอง
• แบ่งโปรโมชันตามพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าแต่ละกฆลุ่ม
• ใช้ประวัติการซื้อของลูกค้าดูว่าสินค้าประเภทไหนมีโอกาสทำให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ
เมื่อโปรโมชันมีความยืดหยุ่นมากขึ้น Customer Data และ CRM ก็ยิ่งมีบทบาท
เพราะร้านต้องรู้ก่อนว่า ลูกค้ากลุ่มไหนซื้ออะไร ซื้อบ่อยแค่ไหน และ “ความคุ้ม” แบบไหนที่มีความหมายกับเขาจริง ๆ
คำถามที่พบบ่อย
Promotion Hunter มักให้ความสำคัญกับการตามหาส่วนลดหรือดีลที่แรงที่สุด ขณะที่ Strategic Spender จะเลือกใช้เงินอย่างมีแผนมากกว่า โดยพิจารณาว่าสินค้า โปรโมชัน หรือสิทธิพิเศษนั้น “คุ้มกับตัวเอง” จริงหรือไม่ ไม่ได้ตัดสินใจจากเปอร์เซ็นต์ส่วนลดเพียงอย่างเดียว
ไม่จำเป็น ประเด็นสำคัญไม่ใช่ว่าต้องลดมากหรือน้อย แต่คือ ส่วนลดนั้นตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือไม่ ร้านอาจเปลี่ยนจากการใช้โปรเดียวกับทุกคน ไปเป็นการให้ลูกค้าเลือกของแถม เลือกสินค้าใน Bundle หรือได้รับข้อเสนอที่เหมาะกับพฤติกรรมการซื้อของตัวเองมากขึ้น
Customer Empowerment คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีส่วนในการเลือกหรือควบคุมประสบการณ์ซื้อของตัวเองมากขึ้น เช่น เลือกว่าจะใช้ส่วนลดกับสินค้าอะไร เลือกของแถม หรือเลือกสิทธิพิเศษที่เหมาะกับตัวเอง แทนที่ร้านจะกำหนดทุกอย่างไว้ล่วงหน้า
เพราะลูกค้าแต่ละกลุ่มมองคำว่า “คุ้ม” ไม่เหมือนกัน ข้อมูลอย่างประวัติการซื้อ ความถี่ในการซื้อ สินค้าที่สนใจ หรือมูลค่าการซื้อ ช่วยให้ร้านแบ่งกลุ่มลูกค้าและออกแบบข้อเสนอที่ตรงกับแต่ละกลุ่มได้มากกว่าการส่งโปรเดียวให้ทุกคน
ได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีโปรโมชันซับซ้อน เช่น เริ่มจากให้ลูกค้าเลือกของแถมเอง จัด Bundle ที่เลือกสินค้าได้ หรือแบ่งข้อเสนอระหว่างลูกค้าใหม่กับลูกค้าเก่า สิ่งสำคัญคือเริ่มเก็บและใช้ข้อมูลลูกค้าให้เป็นระบบมากขึ้น
เมื่อความคุ้มของลูกค้าแต่ละคนไม่เหมือนกัน การทำโปรโมชันแบบเดียวกับทุกคนก็อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป
จุดเริ่มต้นของโปรที่ “ตรงใจ” จึงไม่ใช่การเพิ่มเปอร์เซ็นต์ส่วนลด แต่คือการรู้ให้ได้ว่า ลูกค้าแต่ละกลุ่มซื้ออะไร กลับมาซื้อเมื่อไร และตอบสนองกับข้อเสนอแบบไหน
JST ERP ช่วยให้ธุรกิจจัดการข้อมูลลูกค้าและประวัติการซื้อได้เป็นระบบ สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าเพื่อวางแผนสิทธิพิเศษ โปรโมชั่น และการดูแลที่เหมาะกับแต่ละกลุ่ม พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้ากับออเดอร์และการขายในระบบเดียว
เพราะเมื่อรู้จักลูกค้ามากขึ้น โปรโมชันก็ไม่จำเป็นต้อง “ลดแรงกว่าเดิม” แต่สามารถ ตรงกับสิ่งที่ลูกค้าต้องการมากกว่าเดิม
สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือปรึกษาได้ที่
LINE OA: @jsterpth
Facebook: JST ERP Thailand ระบบจัดการร้านค้าออนไลน์ และขายของออนไลน์
JST ERP Together, Empowers You
ที่มา: Central Retail Corporation
